มาตรการทางกฎหมายในการอนุรักษ์โบราณสถาน : กรณีอาคารบอมเบย์เบอร์มาจังหวัดแพร่

Authors

  • Supitchaya Kunka Bachelor of Laws Program, Mahachulalongkornrajavidyalaya University, Phrae Campus
  • Sukhum Kunka Bachelor of Laws Program, Mahachulalongkornrajavidyalaya University, Phrae Campus
  • Boonchanadtha Sooksamer Faculty of Law , Vongchavalitkul University

Keywords:

มาตรการทางกฎหมายในการอนุรักษ์โบราณสถาน, อาคารบอมเบย์ เบอร์มาจังหวัดแพร่

Abstract

มาตรการทางกฎหมายในการอนุรักษ์โบราณสถาน เป็นการบังคับใช้กฎหมายเพื่อการอนุรักษ์โบราณสถาน ให้คงไว้ตามสภาพเดิมเท่าที่เป็นอยู่และป้องกันมิให้เสียหายต่อไป มาตรการดังกล่าวกำหนดไว้ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และพระราชบัญญัติหลายฉบับ ซึ่งผู้ใช้กฎหมายสามารถนำมาตรการของกฎหมายแต่ละฉบับให้มีผลบังคับใช้ได้ อย่างไรก็ตาม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนับเป็นหน่วยงานสำคัญในฐานะเจ้าของพื้นที่ที่จะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโบราณสถานและคุณค่าในพื้นที่ของตนอย่างดี ย่อมกำหนดแนวทางในการปฏิบัติหรือห้ามปฏิบัติเพื่อการรักษาโบราณสถานของตนได้อย่างเหมาะสม ทั้งยังสามารถกำกับดูแลได้อย่างใกล้ชิด จึงนับเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะตรากฎหมายเพื่อการอนุรักษ์โบราณสถานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังเช่นกรณี “บ้านเขียว” อาคารบอมเบย์ เบอร์มา ที่มีอายุยืนยาวมาถึง 131 ปี ณ วันนี้ก็จะมีสภาพที่เก่าแก่ผุพังและเป็นที่คุ้นตาและคุ้นชินของคนในชุมชน ไม่มีเหตุปัจจัยใดที่จะจูงใจให้มีการค้นหาเรื่องราวที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและความน่าภาคภูมิใจของเมืองแพร่เมืองแห่งไม้สักทอง ไม่มีแรงจูงใจใดที่จะให้บอกเล่าสืบต่อไปถึงรุ่นลูกหลาน บ้านเขียวที่มีประวัติความเป็นมาที่น่าภาคภูมิใจที่เมืองแพร่เป็นเมืองเอกของไม้สัก และศิลปะอันงดงามของอาคารบอมเบย์ เบอร์มา ตลอดถึงวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองแพร่ที่มีทั้งเจ้านายของเมืองแพร่ คนต่างชาติ และคนเมืองแพร่เจ้าของถิ่น ซึ่งต่างก็มีส่วนในอาชีพการทำไม้ร่วมกัน บ้านเขียวจึงตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวริมน้ำยม ไม่สามารถสะท้อนถึงความรุ่งเรืองแต่เก่าก่อน ไม่สะท้อนถึงความวิจิตรพิสดารของสถาปัตยกรรมแห่งยุคสมัยนั้น เมื่อสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 มีความต้องการที่จะปรับปรุงอาคารเพื่อให้ทันสมัย และใช้ประโยชน์ได้ จึงสามารถดำเนินการตามขั้นตอนของทางราชการได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องใช้หลักวิชาการเพราะอาคารแห่งนี้ก็ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ต่อเมื่อเป็นข่าวจึงกลายเป็นเรื่องน่าเสียดายของทุกฝ่าย

References

พณิชพงศ์ พลับผล.(2552). กฎหมายอนุรักษ์โบราณสถานในประเทศไทย (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

อภิชาติ อาวจำปา. (2556). มาตรการทางกฎหมายในการอนุรักษ์โบราณสถานของไทย(วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต.

อุไรวรรณ ตันติวงษ์.(2538).การอนุรักษโบราณสถาน. สถาปัตยกรรมไทย. กรุงเทพฯ :

อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง.

NNT สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์, เรียกใช้เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2563 จากhttps://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG200616141948017).

Pimpises, N. (2011). Management guideline for ancient monuments in Uttaradit province. Master’s Thesis. Faculty of Graduate School of Culture Management, Silpakorn University.

Thongsuksangcharoen, R. (1999). Problem perception and participation in archaeological site conservation of people in Phra Nakhon Si Ayuthaya archaeological area. Master’s Thesis. The Graduate School of Environment Study, Mahidol University.

Downloads

Published

19-01-2024

How to Cite

Supitchaya Kunka, Sukhum Kunka, & Boonchanadtha Sooksamer. (2024). มาตรการทางกฎหมายในการอนุรักษ์โบราณสถาน : กรณีอาคารบอมเบย์เบอร์มาจังหวัดแพร่. วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ มจร วิทยาเขตแพร่, 6(2), 154–169. Retrieved from https://ojs.mcupr.ac.th/index.php/jgrp/article/view/130

Issue

Section

Academic Article: บทความวิชาการ