แนวทางส่งเสริมพฤติกรรมทางการเมืองการปกครองของเทศบาลตำบลแม่หล่ายตามวิถีประชาธิปไต
Keywords:
ส่งเสริมพฤติกรรม, ทางการเมืองการปกครอง, เทศบาลตำบลแม่หล่าย, วิถีประชาธิปไตยAbstract
บทความนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมพฤติกรรมทาง การเมืองการปกครองของเทศบาลตำบลแม่หล่าย ตามวิถีประชาธิปไตย 2) การศึกษาปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะของแนวทางส่งเสริมพฤติกรรมทางการเมืองการปกครองของเทศบาลตำบลแม่หล่าย ตามวิถีประชาธิปไตย รูปแบบเป็นการวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม (Mixed Methords Research) ประกอบด้วยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) เก็บรวบรวมโดยข้อมูลโดยวิธีแจกแบบสอบถาม (Questionnaire) ประชากรและกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาประกอบไปด้วย ประชาชนในเทศบาลตำบลแม่หลาย จำนวน 4,469 คน ใช้วิธีสุ่มตัวอย่างจากสูตรของทาโร่ ยามาเน่ ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 367 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีบังเอิญ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เก็บรวมรวมข้อมูลโดยวิธีสัมภาษณ์เชิงลึก (In Depth Interview) โดยทำการคัดเลือกแบบเจาะจงจากผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 9 คน และทำการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาประกอบบริบท
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการวิเคราะห์ระดับแนวทางการส่งเสริมพฤติกรรมทางการเมืองการปกครองของเทศบาลตำบลแม่หลายตามวิถีประชาธิปไตย โดยรวมอยู่ในระดับมาก(= 3.65, D. = 0.53) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดได้แก่ ด้านส่งเสริมการติดตามข่าวสารทางการเมือง (= 3.70, S.D. = 0.71) อยู่ในระดับมาก และด้านส่งเสริมการร่วมกิจกรรมทางการเมือง ( = 3..33, S.D. = 0.68) มีค่าเฉลี่ยน้อยสุด
2. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลปัญหา อุปสรรค เกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมพฤติกรรมทางการเมืองการปกครองของเทศบาลตำบลแม่หลายตามวิถีประชาธิปไตย พบว่า ประชาชนขาดความศรัทธาต่อพรรคการเมืองความศรัทธาต่อนักการเมือง การขัดแย้งทางความคิดทางการเมืองอย่างรุนแรง ขาดความสามัคคีในชุมชน, ขาดการการส่งเสริมจากภาคประชาสังคมอุดมการณ์ทางการเมืองแบบประชาธิปไตย, รัฐยังขาดระบบการเมืองที่ทำหน้าที่ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ และปัญหาทางด้านทัศนคติและพฤติกรรมการเมือง ของไทย ส่วนข้อเสนอแนะมีดังนี้
1) องค์การปกครองท้องถิ่น หรือหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน สามารถนำข้อมูลที่ได้รับจากการวิจัย ไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการนำเสนอแผนโครงการเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน
2) สามารถนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงแก้ไขปัญหาการรับรู้ข่าวสารทางการเมืองของประชาชน และแก้ไขปัญหาการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในพื้นที่ได้ถูกต้องตรงประเด็น และสอดคล้องกับประชาชนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น
References
ณรงค์ สินสวัสดิ์. (2518). จิตวิทยาการเมือง. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ทิพาพร พิมพิสุทธิ์. (2521). พัฒนาทางการเมือง. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ธานินทร์ ศิลป์จารุ. (2545). การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : บริษัท วี.อินเตอร์ พริ้นท์ จำกัด.
พิจิตรา ศุภสวัสดิ์กลุ. (2553). แนวคิดของทฤษฎีลูกกระสุน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
ภูสิทธิ์ ขันติกุล. (2553). รูปแบบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร (รายงานการวิจัย). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
ยุทธพงษ์ เขื่อนแก้ว. (2559). ความรู้ความเข้าใจทางการเมืองของนักศึกษามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์. วารสารวิชาการแพรวากาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์. 3(2), 89.
สถาบันพระปกเกล้า. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.
สนุก สิงห์มาตร และพิกุล มีมานะ. (2561). พฤติกรรมทางการเมืองตามวิถีประชาธิปไตยของพลเมืองในจังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด. 12(1), 147.
สายัณห์ อินนันใจ. (2562). การมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในจังหวัดแพร่. วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ มจร วิทยาเขตแพร่. 6(2), 32.
สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสิทธุ์.(2538). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ : สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2023 Journal of Graduate Studies Review MCU Phrae Campus

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.


