การจัดการองค์ความรู้การป้องกันและเสริมสร้างสุขภาพด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของพระสงฆ์แบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายภาคเหนือ
Keywords:
การจัดการองค์ความรู้, การป้องกัน, การเสริมสร้างสุขภาวะ, พระสงฆ์, เครือข่ายภาคเหนือAbstract
บทความนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาและการประเมินผลการจัดการองค์ความรู้ การป้องกันและแนวปฏิบัติการเสริมสร้างสุขภาพด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของพระสงฆ์
2) เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายในการป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของพระสงฆ์ เป็นการวิจัยเชิงวิจัยและพัฒนา (Research and Development) โดยเน้นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) และการวิจัยเชิงปริมาณ(Quantitative Research) พื้นที่ในการวิจัย คือ แพร่และน่าน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยแบบสอบถาม (questionnaire) แบบสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) การสนทนากลุ่ม (Focus Groups Discussion) กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 230 คน ผลการวิจัย พบว่า
- ผลการศึกษาการพัฒนาและการประเมินผลการจัดการองค์ความรู้การป้องกันและแนวปฏิบัติการเสริมสร้างสุขภาพด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของพระสงฆ์ พบว่า มีกระบวนการ KM (Knowledge Management) ในกิจกรรม 4 ขั้นตอน ขั้นตอนพระสงฆ์มีการแลกเปลี่ยนรู้ระหว่างพระสงฆ์พระคิลานุปัฎฐาก รพ.สต. อสม. และส่วนขั้นตอนที่ 2, 3, 4 เป็นชุดกิจกรรม พบว่า พระสงฆ์มีความรู้เพิ่มขึ้น โดยได้แนวปฏิบัติ 4 หลัก คือ 1) มีการตื่นรู้ว่าโรคไม่ติดต่อรื้อรังเป็นโรคที่ที่ไม่สามารถแพร่เชื้อไปสู่อีกคนหนึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสังคม เป็นภัยเงียบจากอาหาร 2) มีการชี้ให้เห็นถึงผลที่ตามมาของการฉันอาหาร การปรับพฤติกรรมการฉันอาหาร 3) การปรับความเชื่อของชาวบ้านในการถวายอาหารแก่พระสงฆ์ 4) การเปลี่ยนทัศนคติแทรกความรู้ในการเทศนาธรรมเรื่อง 3อ. 2ส. และมีการศึกษาค้นคว้าจากอินเตอร์เน็ต แผ่นพับจากสื่อต่าง ๆ วิธีการป้องกันตัวเรา/ เขา/ ท่าน ให้ห่างไกลโรค เกิดแนวปฏิบัติ ตามหลัก 4 ป คือ การเปลี่ยนทัศนคติของชาวบ้านและพระสงฆ์ พระสงฆ์จะต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตระหนักในการป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพ พระสงฆ์จะต้องปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง การออกกำลังกาย การตรวจสุขภาพประจำปี มีการปฏิบัติตนที่เหมาะสมเป็นประจำ ส่วนผลการประเมินรูปแบบการจัดการองค์ความรู้การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของพระสงฆ์ เชิงปริมาณ พบว่า พระสงฆ์ในจังหวัดแพร่ และจังหวัดน่าน หลังได้รับกิจกรรม มีการจัดการองค์ความรู้ ดีกว่าก่อนการได้รับกิจกรรมการจัดการองค์ความรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
- ผลของการศึกษา พบว่า มีการเสริมสร้างเครือข่าย พระสงฆ์ ประชาชนในพื้นที่ หน่วยงานรัฐ เอกชน เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตน การประชาคมผ่าน/สื่อ/ภาครัฐ/รพ.สต/ อสม. มีการสร้างแรงบันดาลใจ การเปิดตัวพระคิลานุปัฐากและกลุ่มสนับสนุนสุขภาพในชุมชน คือ รพ.สต. อส.ม. การใช้สื่อจะช่วยในการประชาสัมพันธ์ให้ได้หลากหลายรูปแบบ มีการสร้างข้อตกลงร่วม สร้างเครือข่ายด้วยการทำ MOU ร่วมกับคณะสงฆ์ มจร. รพ.สต. ทุกตำบล อสม.ผู้นำชุมชน ทำเป็นเชิงนโยบายสู่กระบวนการสร้างเครือข่ายในชุมชน
References
กรมการแพทย์. (2559). กรมการแพทย์เปิดตัวโครงการพัฒนาการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์สามเณรทั่วประเทศ. สารกรมการแพทย์. 21(5), 3.
จงจิตร อังคทะวานิช. (2559). สถานการณ์ปัญหาโภชนาการในพระสงฆ์จากโครงการสงฆ์ไทยไกลโรค. กรุงเทพ : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.
ชัยยุทธ คลื่นแก้ว และ วริสรา ลุวีระ. (2559). การดูแลตนเองของพระสงฆ์ธรรมยุตที่อาพาธด้วยโรคเรื้อรังในเขตอาเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี. วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 4(3), 403.
พระครูสุวิธานพัฒนบัณฑิต และคณะ. (2558). การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพองค์รวมของพระสงฆ์ในจังหวัดขอนแก่น โดยเน้นการมีส่วนร่วมของเครือข่าย. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จังหวัดขอนแก่น. 22(2), 117-118.
ประพนธ์ ผาสุขยืด. (2547). โมเดลปลาทู. เรียกใช้เมื่อ 2 ธันวาคม 2564 จากhttps://kawisara2537.wordpress.com/
วิจารณ์ พานิช. (2560). “KM 4.0 มิติใหม่ของการจัดองค์กรเรียนรู้” ถอดบทเรียนการประชุมวิชาการ HA National Forum ครั้งที่ 18. เรียกใช้เมื่อ 4 ธันวาคม 2564 จากhttps://www2.si.mahidol.ac.th/km/knowledgeassets/kmexperience/lessons/3054/
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2562). รายงานประจำปี 2561. เรียกใช้เมื่อ 4 พฤศจิกายน 2564 จาก https://www.thaihealth.or.th
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2024 Journal of Graduate Studies Review MCU Phrae Campus

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.


