การพัฒนาหลักสูตรส่งเสริมการเขียนอักษรคันจิโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนเน้นความจำร่วมกับเทคนิคมอร์ฟฟิ่งสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
Keywords:
การพัฒนาหลักสูตร, การเขียนอักษรคันจิ, รูปแบบการเรียนการสอนเน้นความจำ, เทคนิคมอร์ฟฟิ่งAbstract
บทความนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างหลักสูตรส่งเสริมการเขียนอักษรคันจิ โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนเน้นความจำร่วมกับเทคนิคมอร์ฟฟิ่งสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 5 2) เพื่อศึกษาผลการใช้หลักสูตรส่งเสริมการเขียนอักษรคันจิโดยใช้รูปแบบการเรียน การสอนเน้นความจำร่วมกับเทคนิคมอร์ฟฟิ่งสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยคือ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสรรพวิทยาคม จังหวัดตาก จำนวน 10 คน ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชา ญ 30210 ภาษาญี่ปุ่น อ่าน-เขียน 4 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โดยใช้วิธีเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) หลักสูตรส่งเสริมการเขียนอักษรคันจิโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนเน้นความจำร่วมกับเทคนิคมอร์ฟฟิ่ง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 2) เอกสารประกอบหลักสูตรฯ 3) แบบทดสอบวัดความสามารถในการเขียนอักษรคันจิ วิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
1) หลักสูตรส่งเสริมการเขียนอักษรคันจิโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนเน้นความจำร่วมกับเทคนิคมอร์ฟฟิ่ง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มี 10 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ความเป็นมาและความสำคัญของหลักสูตร 2) หลักการของหลักสูตร 3) จุดมุ่งหมายของหลักสูตร 4) สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6) โครงสร้างเนื้อหาของหลักสูตร 7) แนวทางและกระบวนการการจัดการเรียนการสอน 8) สื่อการเรียนรู้ 9) การวัดและประเมินผลของหลักสูตร 10) เงื่อนไขของการนำหลักสูตรไปใช้ ผลการตรวจสอบคุณภาพหลักสูตรโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า มีความเหมาะสมในภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ (= 4.33 , S.D.= 0.58)
2) นักเรียนที่เรียนด้วยหลักสูตรส่งเสริมการเขียนอักษรคันจิโดยใช้รูปแบบการเรียน การสอนเน้นความจำร่วมกับเทคนิคมอร์ฟฟิ่ง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 คิดเป็นร้อยละ 83.66 เมื่อพิจารณาเป็นรายบุคคล พบว่า นักเรียนทำคะแนนได้สูงกว่าเกณฑ์ทุกคน
References
กิติกาญจน์ รัตนพิทักษ์. (2558). การพัฒนาทักษะการเรียนรู้อักษรคันจิของนักศึกษาชาวไทยโดยใช้กิจกรรมเชื่อมโยงภาพ กรณีศึกษานักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. วารสารนานาชาติ. 7(1), 1-26.
ทิศนา แขมณี. (2557). ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 17). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธำรง บัวศรี. (2542). ทฤษฎีหลักสูตร:การออกแบบหลักสูตรและการพัฒนา. กรุงเทพฯ : ธนรัช.
ประกายพรึก จักพันธุ์. (2552). การออกแบบภาพเคลื่อนไหวในการจำคันจิ (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ปรีชา เนาว์เย็นผล. (2544). กิจกรรมการเรียนการสอนคณิตศาสตร์โดยใช้การแก้ปัญหาปลายเปิด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 (วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษา ดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
นภาลักษณ์ ตั้งอรุณศิลป์. (2559). การสร้างชุดกิจกรรมการเรียนวิชาภาษาจีนขั้นพื้นฐานเพื่อพัฒนาการจำอักษรจีนโดยใช้เทคนิคมอร์ฟฟิ่งร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. (วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต). ชลบุรี : มหาวิทยาลัยบูรพา.
ล้วน สายยศ และอังคณาสายยศ. (2536). เทคนิควิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ.
วรานนท์ กำแพงแก้ว. (2553). ผลการใช้เทคนิคมอร์ฟฟิ่งที่มีผลต่อการเรียนอักษรคันจิของผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นขั้นพื้นฐาน (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สุโท เจริญสุข. (2515). หลักจิตวิทยาและพัฒนาการมนุษย์. กรุงเทพฯ : แพร่พิทยา.
สมพร โกมารทัต. (2548). รายงานผลการวิจัย : การศึกษาเปรียบเทียบวัฒนธรรมการสอนภาษาญี่ปุ่นในฐานะภาษาที่สองระหว่างมหาวิทยาลัยในประเทศไทยกับมหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่น. กรุงเทพฯ : ศูนย์สารสนเทศและหอสมุดมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต.
Kobayashi, Rika. (2010). The effectiveness of the keyword method in kanji acquisition for second language learners. 2010 SEATJ Conference Proceedings: Southeastern Association of Teachers of Japanese. Duke University, NC.
Matsui, Yoshikazu. (1999). Japanese Teaching in Thailand. Japan : Kinsei-sha.
Taba, Hilda. (1962). Curriculum development theory and practice. New York: Harcourt, Brace and World.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2024 Journal of Graduate Studies Review MCU Phrae Campus

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.


